หลังจากใช้งานเจ้าโซนิคมา 10 ปีกว่า ๆ   ทุกอย่างเริ่มเบื่อ ล้า และ...อยากได้ใหม่
 
ดูรถมาก็หลายรุ่น มาติดใจตรงเจ้า Dtracker  ของ kawasaki
 
ตอนแรก....ไม่อยากใช้รถยี่ห้อนี้ เนื่องจากแฟนทำงานอยู่ Honda แน่นอน ... ซื้ออะไหล่ของ Honda ได้ถูกมาก
 
แต่....ด้วยทรวดทรงองค์เอว ของเจ้า หนูดี นี้ มันต้องชะตา ถูกใจเสียนี่
 
เบื้องต้น...อยากได้ 250 cc แต่..ราคาแสนกว่า ๆ ... เอ่อ..  ไม่ไหวว่ะ
 
เลยจบที่ 125 cc ราคา 85,000  ... แพงมั้ย?   แพงว่ะ... แต่อยากได้
 
จบโดยการยืมเงินบุพการี....  และผ่อนให้ระยะเวลา 2 ปีกว่า 
 
แรกเริ่มก็คิดอยู่แหละว่า  จะเอา KLX หรือ หนูดี นี่ดี  ... แต่พอจะซื้อก็คิดว่าชีวิตนี้คงไม่ได้ไปขี่ทางวิบาก
 
เลยเลือกหนูดีที่มีวงล้อเรียบขนาด 14 นิ้ว จบ....
 
พอใช้ไปได้ 2 เดือนก็มีพี่ในเว๊ปไซค์ชวนเราไปขี่ทางวิบาก .... เอาน่า เค้าก็บอกว่าล้อเรียบไปได้
 
พอไปแล้วปรากฎว่า ... กรูมาทำอะไรที่นี่วะ ...  ล้อเรียบไปได้จริง เทคนิคที่เรามีก็ใช้ได้จริง แต่....
 
มันก็ไม่เหมือนล้อวิบากที่วิ่งได้ดีกว่า สนุกกว่า สรุปกรูซื้อรถผิดประเภทที่ตัวเองอยากได้หรอฟะ...
 
เลยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงรถ เร่ิมจาก
 
จัดยางหนามมาใส่  ด้วยวงล้อขนาด 14 นิ้ว ที่มีหน้ากว้างของขอบล้อ 2,5 นิ้ว ทำให้ยางใหญ่มาก  และเลี้ยวไม่ดี
 
พี่ที่ขี่อยู่แนะนำว่า ใส่ ล้อหน้าให้ใหญ่ขึ้นเป็น 17 นิ้ว จะตรงสูตรของรถวิบาก....อืมมมม
 
 
จัดไป
 
แปลงครั้งที่ 2 กลายเป็นรถวิบาก หน้า 17 หลัง 14  ใช้งานอยู่นานนนนน  จนมีเพื่อนขายล้อให้  เลยจัดเอาล้อ klx มาประจำการ
 
ตอนนี้เลยเป็น หนูดี ที่มีล้อ 19 และ 16 สูงขึ้นเป็นวิบากเต็มตัว
 
ขี่รถคันนี้มาได้ 1 ปีแล้ว....ได้ไปในที่ ๆ ไม่คิดเลยว่า  มอไซค์ มันจะไปได้ 
 
เคยแหงนคอตั้งบ่ามองเนิน  เคยลงเขามาในชนิดที่เรียกว่า กดเบรค มันก็ไม่หยุด 
 
ลงแข่ง ได้ถ้วย.... ถึงแม้จะไม่ใช่ที่ 1 ก็รู้สึกดีในระดับหนึ่ง 
 
ที่สำคัญ.....ได้เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ขี่รถในสายเดียวกัน
 
ได้มิตรภาพจากการเดินทาง  ได้รู้จักคำว่าน้ำใจที่มีมากมายในทางที่ลำบาก
 
ไม่น่าเชื่อว่า...มอไซค์ 1 คัน จะคืนสิ่งที่มีค่ามากมายให้เราขนาดนี้ 
 
รู้สึกดีทุกครั้งที่ขี่ สนุกทุกครั้งที่อยู่บนเส้นทาง 

มันเป็นความลับ...

posted on 07 Mar 2011 12:37 by bicyclist07
อ่านแล้วเหยียบไว้นะครับ ... มันเป็นความรู้สึกของผู้ชายคนนึง ซึ่งมีกับคนรักของเค้า
 
หลายปีที่อยู่ด้วยกันมา  เกิดอะไรขึ้นมากมาย  หลายครั้งที่มีความรู้สึกว่าโดนทำร้ายอย่างแรง
 
เช่น ..  โกหกเราเพื่อไปเที่ยวโดยทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเราจะโกรธอย่างแรง ... ประมาณว่ากูไม่สน
 
ตอนนั้นเล่นเอาเราบอกเลิกไปเลย...
 
เรื่องที่หนักที่สุด... และทำให้เราเสียความรู้สึกมาจนถึงทุกวันนี้
 
มีวันนึง...  เธอบอกว่าเธอท้อง
 
เรารู้สึกดีใจ ... ตกใจ .. อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
 
แต่มีความตื้นตันใจมากกว่า  .... มันเป็นความสุขของคนที่จะได้เป็น "พ่อ"
 
แต่....เธอบอกว่า ... เธอไม่อยากเอาไว้... 
 
ทั้ง ๆ ที่เราก็แต่งงานกันแล้ว....  เราพยายามค้าน .. แต่...เธอก็บอกว่าภาระเรื่องบ้านยังเยอะ
 
เราก็ตามใจ...เพราะเราไม่ได้เป็นคนอุ้มท้อง....  ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรกันแน่
 
ตอนนั้นเพิ่งท้องได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ การเอาออกจึงทำได้โดยไม่อันตราย
 
แต่... เธอรู้มั้ยว่า เธอได้ทำลายความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ของเราไปแล้ว
 
เพราะตั้งแต่นั้นมา.... ความรู้สึกของเราที่มีต่อเธอ มันก็ไม่เหมือนเดิม...
 
เรารักเธอน้อยลง....ไม่สิ... เราหาคำตอบหลายอย่างให้ตัวเองไม่ได้
 
ทุกวันนี้เรายังอยุ่ด้วยกันเหมือนเดิม  ยังคงกอด และหอมแก้มก่อนนอนเหมือนเดิม
 
แต่ความรู้สึกภายในมัันไม่เหมือนเดิม.....
 
เฮ้อ....
 
มีครั้งนึง...เธอพูดถึงเรื่องการมีลูก เนื่องจากตอนนี้สภาพในครอบครัวค่อนข้างพร้อมมากขึ้น
 
เราตอบไปว่า.... อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก...
 
เพราะความรู้สึกที่เสียไปตอนนั้น ... แค่คิดก็ยังร้องไห้
 
เราไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง  มันเหมือนจุกแน่นคนเดียวมาหลายปี 
 
ได้เขียนระบายออกไปบ้าง  บางที...  ความรู้สึกอาจจะดีขึ้น
 
...Thank you all ... ขอบคุณคนอ่าน
 
เก็บความลับไว้นะครับ... ฮ่า ๆ

ระบาย ๆ 2

posted on 02 Mar 2011 16:42 by bicyclist07
ตลอดครึ่งปีที่แล้วที่ผ่านมา   ทำงานอยู่คนเดียว รับเงินเท่าเดิม ทำงานมากขึ้น
 
ในขณะที่อีกคน รับเงินมากขึ้น ทำงานน้อยลง 
 
โอเค  ... เราเข้าใจนะว่าเค้าทำงานในอีกส่วนนึง เพื่อส่วนรวมที่ใหญ่กว่า
 
แต่พองานเสร็จสิ้น อะไรล่ะที่เราได้มา ....   เงินก็เท่าเดิม แต่รายจ่ายที่มากขึ้นเนีื่องจากภาระรับผิดชอบเพิ่มขึ้นตามงาน
 
พอกลับมาสู่สภาพปกติ  งานอะไรที่เราทำได้ไม่ทัน ไม่ดี  กลับเป็นว่า  .. โดนถามว่าทำไมไม่ทัน ไม่ดี
 
เออ 
 
เจริญจริง ชีวิตกู
 
ตอนนั้นที่บอกว่าจะออกเนี่ย  กูพูดจริง ๆ นะไม่ได้เล่น
 
แต่เพราะว่า .... ถ้ากุทิ้งไปตอนนั้น สำนักงานมีแต่พัง กับ พัง
 
แม่งงงง   กูเป็นคนดีไปใช่ม่ะ

พื้นที่ส่วนตัว

posted on 09 Feb 2011 17:00 by bicyclist07
ห่างหายจากการเขียน  ไม่ดิ  พิมพ์ entry ใหม่ ๆ มาเดือนนึงได้ 
 
พักนี้ขี้เกียจตัวเป็นลิงเลย  หลังจากกร่ำศึกกับงานมาร่วมครึ่งปี  แล้วก็ไม่มีอะไรเจริญขึ้นมา
 
เฮ้อ.......
 
ผมใช้ social network มานานพอตัว  อาจจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ใช้ face book ด้วยซ้ำ
 
พอใช้ไปนานเข้า  รู้สึกสิ่งที่สูญเสียไปคือพื้นที่ส่วนตัว
 
ยิ่งพักหลัง ๆ ใช้ facebook ในการทำงาน ยิ่งเสียพื้นที่ส่วนตัวเข้าไปใหญ่  
 
เพราะไม่ว่าเวลาไหน ที่เราเปิด อาจจะมีคนพูดถึงเรื่องงานที่เราทำอีก  เฮ้อ
 
จนล่าสุด มีรุ่นพี่ที่ทำงานด้วยกันมา add เราก็ปล่อยมันค้างอยุ่อย่างนั้น ไม่รับ
 
ผมไม่ต้องการให้เค้ารับรู้ที่ไป ที่มา หรือชีวิตผมมากนัก  แค่เจอที่ทำงานก็พอแล้ว
 
เพื่อนใน Facebook เอาเข้าจริงก็รู้จักไม่กี่คน เพราะหลายคน add มาเพราะเล่นเกมส์
 
ซึ่งผมก็ไม่ได้เล่นหรอก  แฟนผมต่างหากที่เล่น  
 
พักหลัง  ผมเลยเป็นคนที่พยายามหาพื้นที่ส่วนตัวให้มากที่สุด ในการระบายต่าง ๆ
 
มีที่นี่แหละ   ที่คนรู้จักของผมแทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าผมมีพื้นที่ตรงนี้อยู่ด้วย
 
คงเรียกว่าพื้นที่ส่วนตัวของผมได้มั้ง  ฮ่า ๆ
 
อย่างน้อยก็ไว้ระบายอารมณ์ทางตัวอักษรได้บ้างล่ะ 
 
 
รักผู้อ่านทุกท่าน  ... 
 
(ผมไม่เชื่อผลสำรวจว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละเจ็ดบรรทัด  เพราะเดี๋ยวนี้ ไปไหนก็มีแต่คนอ่านกระทู้ในเน็ต)

ปีใหม่ ...​แล้วอะไรใหม่

posted on 05 Jan 2011 12:40 by bicyclist07
ผ่านพ้นปีใหม่มาได้ สัก 4 วันแล้ว...
 
ไม่รู้สึกเลยว่ามีอะไรใหม่ นอกจาก พ.ศ. 
 
อาจจะเพราะผ่านปีใหม่มามากกว่า 30 ครั้งได้กระมัง  ( แก่ว่ะ )
 
ชอบปีใหม่เพราะมันตรงกับฤดูหนาวมากกว่า   เพราะเป็นคนชอบอากาศเย็น ๆ
 
ทำงานก็ที่เดิม   เงินเดือนก็เหมือนเดิม   งานก็เหมือนเดิม 
 
จะให้รู้สึกว่าอะไรใหม่คงยาก
 
ให้ทำตัวใหม่หรอ....  คงไม่ไหว  ตอนนี้อยู่ในโหมดไม้แข็งแล้ว  ถ้าดัด คงจะหักเลย
 
ช่วงนี้เบื่อ ๆ อยากหยุดยาว ...​(เอาแบบที่ไปเที่ยวแล้วคนไม่เยอะง่ะ)
 
เพราะช่วงวันหยุดยาว ๆ ที่ตรงกับหลาย ๆ คนเนี่ย   มันเป็นวิกฤติในสถานที่ท่องเที่ยวเลยล่ะ
 
ที่พัก  อาหาร  บรรยากาศ   ...  ไม่ไหวง่ะ 
 
ขอแบบนั่งเงียบ ๆ ซึมซับบรรยากาศ  มีเพลงฟัง  นั่งอ่านหนังสือ  ดูหนัง AV (เอ่อ เริ่มไม่ใช่แล้ว)
 
สงสัย  เดือนนี้ จะต้องชิ่งไปไหนบ้างแล้วสัก 3-4 วัน ... 
 
เฮ้อ
 
สวัสดีปีใหม่นะครับทุกท่าน

เขียนเพราะอยากเขียน

posted on 26 Jul 2010 10:41 by bicyclist07
อ่ะ ตามหัวข้อกันไป
 
แต่จริง ๆ ต้องเรียกกว่าพิมพ์มากกว่า  ต้องขอบคุณอาจารย์มณี ที่สั่งสอนวิชาพิมพ์ดีดให้ตั้งแต่ ม.ต้น
 
อัตราความเร็วถ้าไม่ลก ๆ จะอยู่ที่ 37 คำต่อนาที ไม่เร็ว ไม่ช้า เอาแค่แชท msn กับเพื่อนได้ไวพอก็ดีแล้ว
 
ช่วงนี้งานค่อนข้างวุ่นวาย  ทำงานคนเดียว เพราะพี่อีกคนติดงาน และโบ้ยยย งานให้เราเพิ่ม
 
มองในแง่ดี เราได้โชว์ฝีมือเต็มที่  แง่ร้าย  ทำไม่ทัน งานผิดพลาด กูซวยคนเดียว
 
เอาเหอะ ... งานเพิ่ม เงินเดือนเท่าเดิม ดีกว่าไม่มีเงินเดือน
 
ตอนนี้ออกมอไซค์ใหม่... เห่อมาก   ยอมรับเลยนี่แหละแนวทางของฉัน
 
ขี่เที่ยวบ่อยมากขึ้น   ได้ทะเบียนเลขสวยดีด้วย  และที่สำคัญ รู้สึกว่าเท่ห์มากเวลาขี่
 
แต่...ก็ต้องพยายามหาเวลาปั่นจักรยานเหมือนเดิม 
 
หลายคนยังถามอยู่ว่า ยังปั่นจักรยานอยู่หรอ คำพูดที่ตอบมักเป็นคำเดิม ๆ  แต่อาจจะมีคติที่ผมคิดอยู่ประจำคือ
 
"ปั่นจักรยาน ทำให้โลกหมุนช้าลง"  
 
คือ จะมีเวลาใส่ใจกับรายละเอียดข้างทางมากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น และน่าจะมีความสุขมากขึ้น
 
เอาล่ะ
 
ได้เวลาพามอไซค์ไปอาบน้ำแล้ว เพราะพาไปลุยมาหนัก ช่วงนี้หน้าฝนด้วย เฮ้อ...

บ้านเมืองร้อน คนร้อน

posted on 11 Apr 2010 20:33 by bicyclist07

ไม่ได้อยู่สีไหน ไม่ชอบมีสี

 

ตอนนี้สงสารทหารที่สุด  ส่วนตัวเคยเป็นทหาร เลยรู้ว่าถ้านายสั่ง เราไม่ทำตามไม่ได้

 

นายสั่งให้อยู่หน้า แล้วป้องกันตัว  ก็คงทำได้แค่นั้น สุดท้าย โดนกระสุนไม่มีตาวิ่งเข้าร่าง

 

ประชาธิปไตยแบบไหนไม่รู้  คิดถึงคนที่อยู่ข้างหลังทหารสิ พ่อแม่ที่ต้องเสียลูก  จากการฆ่าของคนไทยด้วยกัน

 

 ประชาธิปไตยแบบไหน?

 

สุดท้ายผมเห็นว่าคนที่อยู่ยอดสุดคือนักการเมืองก็ยังได้ประโยชน์อยู่ดี

 

ประชาธิปไตยแบบไหน?

 

วีรบรุษที่นำขบวน สุดท้ายก็ต้องกลับมากินข้าว ทำงาน เหมือนปกติอยู่ดี

 

แล้วได้อะไรจากการเข่นฆ่าคนไทยด้วยกัน  

 

ขอไว้อาลัยให้กับทหารหาญครับ  เพราะตายเพราะทำตามคำสั่ง

 

ขอไว้อาลัยให้กับชาติ  

 

ส่วนคนที่นำอยู่หน้าขบวน  ตอนที่ท่านขว้าง ท่านตีเค้า  เค้าก็ตีกลับมาได้ ขว้างกลับมาได้เหมือนกัน ดังนั้นพวกท่านน่าจะเตรียมตัวตายมากกว่า ทหารที่ทำตามคำสั่ง  ดังนั้นผมขอให้ท่านเป็นสุขที่ได้ทำตามสิ่งที่ท่านเชื่อนะครับ

 

ส่วนทหาร ผมเชื่อว่า .... คนที่ตาย.. ไม่ได้ต้องการเป็นวีรบรุษ

 ไม่ได้ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย

ต้องการแค่ ใบปลด เบี้ยเลี้ยง เงินเดือน และใบลา ที่จะได้กลับบ้านเท่านั้น

 

.....

ไม่มีสี แต่ขอระบาย 2

posted on 05 Apr 2010 10:37 by bicyclist07

( ข้อความต่อจากนี้ เป็นกาำรตดของจิตใจ โปรดใช้ผ้าเช็ดหน้าในการอ่าน)

 

ว๊ากกกก   

 ทำงานมาตั้ง 3 ปีเข้าปีที่ 4 ทำไมมันเริ่มยุ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้

 เงินเป็นแสนเชียวนะที่เสียไปกับอะไรไม่รู้

 แล้วงานอะไรก็ไม่คุยให้จบ มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ใส่ใจว่าคนทำงานจะเป็นอย่างไร

 พี่เป็นลูกคนเดียวของบ้านที่เอาแต่ใจมากเลยใช่มั้ยครับเนี่ย

 สั่ง ๆ ๆ ๆ ๆ   แต่ไม่คิดเลยว่า คนทำงานจะทำทันมั้ย

ผมไม่ได้ตื่นสายเหมือนพี่นี่ครับ

 3 งานแล้วนะที่เลิกงานตี 1 ตี 2  

 ใครมันจะทนได้ตลอดล่ะครับ

 แถมยังให้เราเอางบประมาณมาหมุนใช้ในอีกส่วนด้วย

ทำไมพี่ไม่ขอเค้ามาก่อนล่ะครับ

แล้วทางบัญชีจะทำเช็คให้พี่ทันมั้ยครับ

 

เฮ้อ.............

 

ระบายแล้ว สบายท้อง.........................

ทวิตเตอร์คืออะไร  เมื่อก่อนอาจจะไม่ค่อยรู้นัก  แต่ตอนนี้ วิกิพีเดีย คงช่วยท่านได้ ดังนั้นไม่ขออธิบาย(ออกแนวสันหลังยาว)

 

เล่นมาได้พักนึง รู้สึกเหมือนมีโลกอีกใบ  ที่มันแชร์กันอยู่เป็นโซ่ โดยใช้คำว่า follower และ following

ผมตามอยู่หลายท่านทีเดียว ( คือผมตามใครก็จะเป็นข้อความของคนนั้น)

และได้มีผู้ตามผมเหมือนกัน (อ๊ะ  แอบดีใจ)

 

มันสนุกตรงไหน?

 

ก็สนุกตรง เราได้มีส่วนร่วมในเรื่องที่คนอื่นแชร์  เช่น วันนี้เค้าปวดอึ  แล้วทวีต เราก็ RT (รีทวีต คือ การเอาข้อความเก่าของเค้า บอกต่อ ) และส่งข้อความตอบไปว่า  "เบ่งดี ๆ นะ เอาใจช่วย" ประมาณนั้น

 

ได้ข่าวที่รวดเร็ว และชัดเจน  จากการที่ตาม "ดารา" หลายคน ทำให้ได้ข่าวที่ไม่เคยรู้ หรือตาม "นักข่าว" ทำให้ได้ข่าวที่ไว เพราะไม่ต้องรอเค้าอัพเดทลงเว๊ป

 

ข้อเสีย...  แน่นอน  เราต้องเสียความเป็นส่วนตัวไป  แต่จริง ๆ มองแล้วว่า อะไรที่เป็นส่วนตัวก็ไม่ต้องทวีตบอกสิ  

แต่...........ข้อเสียต่อมา  คือ...  คนที่ตามเรา บางครั้ง(เชื่อว่าเกือบทุกคน) จะเป็น แฟน หรือคนรัก  หากเราไม่ทวีตหรือหายไป  ย่อมทำให้เป็นที่สงสัยได้

 

อ้อ...  มันอัพภาพได้นะ  พอ ๆ กับที่เล่น Facebook นั่นแหละ  

 

แต่ถ้าอยากรู้ ก็ลองเข้ามาสู่โลกทวีตดูนะครับ

 

ไม่มีอะไรมาก   แค่ชวนคนอ่านมาติดตาม @bicyclist07 กันนะครับ อิ อิ 

 

ไม่ใช่ เซเลบ  แต่ชอบทวีต คงไม่ผิดน๊าาาาา

ไม่มีสี แต่ขอระบาย

posted on 01 Feb 2010 17:21 by bicyclist07

ทำงานมาเกือบ 3 ปี  มีความสุขบ้าง เศร้าบ้าง เราผิดบ้าง  คนอื่นผิดบ้าง

 

แต่หลักการในการทำงานอย่างหนึ่งคือรับผิดชอบในส่วนที่ตนเองรับงานมา  

 

แต่นี่อะไรฟะ  เค้าไม่เคยยอมที่จะผิดเลย  ทำอะไรต้องถูกตลอด  

 

มีอะไรก็ไม่ค่อยบอก  เอ้ย .... ไม่ใช่หมาที่โยนของแล้ววิ่งไปคาบได้โดยไม่ต้องบอกเหตุผลนะ

 

บอกบ้างก็ได้  ถ้าตัวเองจะประสานงานอะไรทำไมไม่นัดเองฟะ  จะให้ผมนัด  ผมก็ Follow ตามสเต็ป ที่เคยทำ แต่นี่อะไร รายละเอียดก็ไม่ให้ทั้งหมด จะกั๋กไว้ทำไมฟะ

 

เฮ้อ

 

จบล่ะ

 

ระบายได้นิดนึง   เดี๋ยวไประบายในห้องส้วมต่อ