14  กุมภาพันธ์

( คำเตือน....เอนทรี่นี้ยาว  หวาน  เลี่ยน  งง )

 

.............  ช่างเป็นวาเลนไทน์ที่เหมือนทุกปีที่ผ่านมา  ผมไม่เคยมีดอกไม้ให้คนรัก   เคยถามเค้าเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไรที่ไม่ได้ถือดอกไม้ในวันนี้

............. คำตอบที่ได้มาก็รู้สึกดี  เพราะที่เค้ารักผม เพราะผมเป็นแบบนี้  ไม่ตามกระแส  ไม่บ้าแฟชั่น  เสมอต้นเสมอปลาย   ชั่วแบบไหน ก็ชั่วแบบนั้น  อืม......ผมก็มีประโยคสั้น ๆ บอกเค้าว่า  "เป็นเมียเราต้องอดทน"  จากพี่แดง ไบเล่ย์ (ขอบคุณ 2549 อันตรธานหายทั้งเมือง เอ้ย....2499 อันธพาลครองเมือง)

 พอดีด้วยแหละ เพราะดันมีงานที่รังสิต   ไปถึงงานก็นะ  มันเป็นห้างสรรพสินค้า  แถมเป็นวันเสาร์ คนมันก็เลยเพียบ อีกทั้งคงเป็นห้างใหญ่ชานเมือง ผู้คนจึงหลั่งไหลมากันแบบมากมาย    เกือบร้อยล่ะ 80 เป็นวัยรุ่น  และร้อยล่ะ 50 ของวัยรุ่นต้องถือดอกไม้ หรือไม่ก็ของขวัญ     ... อืม.... เรามันผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้วนี่นะ   ตอนนั้นเราก็มีความสุขประมาณนึง   แต่ตอนนี้มีความสุขมากกว่า    อย่างน้อยก็ไม่ต้องคิดว่าจะหาตังค์ที่ไหนพาแฟนเที่ยว  เพราะทำงานแล้ว ตังค์ก็มี  เวลาก็พอมี   แฟนก็มี  ครบแล้ว   ... แต่ในวันนั้น อ่านกระทู้ในอินเตอร์เน็ทหลายคนเป็นวันที่แฟนบอกเลิก   แม่เจ้า.... มันเลือกวันบอกเลิกเป็นวันนี้เลยหรอ  ...  มันกะให้จำจนตายเลยใช่มั้ยเนี่ย   ... ผมเองก็เคยโดนแฟนบอกเลิกวันสำคัญเหมือนกัน  แต่เป็นวันสิ้นปี    มันเลยจำง่ายว่าปีโน้นนะ วันนี้มีคนบอกเลิกเรา    แต่...ไม่เข้าใจเหมือนกัน  ทำไมเลือกวันวาเลนไทม์เป็นวันบอกเลิก    ให้มันผ่านไปไม่ได้หรอ  บอกวันที่ 15 หรือ 16 เลยให้มันเป็นวันที่ 20 ไปเลยก็ได้  ทำไมต้องเป็นวันที่ 14 ด้วย   ผมว่า..ไม่ว่าวันไหนมันก็คงเศร้้าเหมือนกัน   แต่อาจจะไม่เลวร้ายเท่าวันที่ 14  คนบอกเลิกมันก็ช่างคิดจริง ๆ 

 ผมก็ไม่เคยบอกเลิกใครนะ   เลยไม่รู้ความรู้สึกว่า การที่เราจะทำร้ายจิตใจคน ๆ นึงเนี่ย มันต้องใช้กำลัง ลมปราณขั้นไหน   แต่ผมรู้ถึงจิตใจคนที่โดนบอกเลิกนะ   มันไม่มีกำลังแม้กระทั่งจะหายใจหรือเดินกลับบ้านด้วยซ้ำ รู้สึกทุกอย่างช้าลง  มืดบอด  มองทางออกไม่เจอ  มองทางไปไม่เห็น  อยู่คนเดียวเหมือนจะหายใจไม่ค่อยออก ดีนะที่ผ่านมันมาได้   และก็ทำให้ตัวเองมีภูมิคุ้มกันอาการอกหัก   แกร่งขึ้น กล้าขึ้น  

ผมว่านะ .. ถ้าใครโดนบอกเลิกในวันนั้น  น่าจะจดจำไปดีกว่าว่า 14 ก.พ. มันเป็นวันที่เรากล้าขึ้น แกร่งขึ้น ผ่านความเลวร้ายมาแล้ว   .... มันจะอะไรกะแค่อกหัก  เค้าไม่รักก็ไม่รักดิ   เราหาใหม่ก็ได้  เชอะ..........

 ผมเป็นคนให้ความสำคัญกับความรัก  กับคนรัก  ผมจำทุกวันที่มีความหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นวันที่คบกันวันแรก  หนังที่ดูเรื่องแรก  รอบกี่โมง (เพราะมันเป็นวันเดียวกันหมด อิ อิ) วันบอกรัก   วันครบรอบแต่งงาน ความรุ้สึกทุกอย่างที่ผ่านมา   อย่างน้อยมันแสดงถึงคุณค่าของตัวผม และคนที่ผมรัก   วันไหนก็ไม่มีความหมายหากตื่นมาไม่เจอคนที่เรารักอยู่ข้าง ๆ  ไปทำงานพร้อมกัน   เดินจับมือกัน   ไม่ต้องคุยกันมากแค่มองตาก็รู้ว่าจะคุยอะไร

 เคยสงสัยว่า  คู่รักที่เค้าอยู่กันจนแก่อยู่ได้ยังไง  เพราะแก่ลงก็หมดสวย หมดหล่อ  พอผ่านชีวิตแต่งงานมาซัก 10 ปีก็เข้าใจแล้ว  อืม....รูปร่าง หน้าตา ที่เรามองกันมันไม่เปลี่ยนไปเลย  คงเพราะเรามองด้วยความรู้สึก ไม่ใช่ด้วยตามั้ง?   

หลายคนเลือกวันที่ 14 เป็นวันสำคัญ  วันให้ความรัก วันพลีกาย  วันบอกเลิก   

สำหรับผม  มันเป็นแค่วันนึงในปฏิทิน  วันที่ดอกไม้แพง  วันที่มีแต่ข่าวรณรงค์ให้รักนวลสงวนตัว  ก็แค่วันนึง ที่ยังต้องกิน ต้องใช้  ต้องถ่าย เหมือนปกติ    

 

ความสำคัญ.....มันเกิดจากคนให้ความสำคัญ.....ทำทุกวันให้เป็นวันสำคัญ...แล้วคุณจะเห็นความสำคัญนั้น

 

ผมให้ความสำคัญทุกวัน  เพราะผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้  ผมจะได้อยู่บอกรักก่อนนอนมั้ย  หรือเค้าจะได้อยู่ฟังผมบอกรักก่อนนอนหรือไม่   ... ทุกวัน และทุกนาที ของเราสำคัญเสมอ .. 

เก็บเวลาความสุขไว้นะครับ ..............

 

edit @ 19 Feb 2009 16:04:14 by ชีวิตอัศจรรย์กับ 32

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

(( วาเลนไทน์ นะคะ ไม่ใช่ ไทม์ ))

ความสุขมันไม่เคยหายไปไหนเพียงแต่เราจะจำมันได้รึเปล่าเท่านั้นเองค่ะ ^^

#1 By → Ra$s*m€` [❤] on 2009-02-19 15:54

แก้แล้วครับ ขอบคุณ ครับ

ขอให้ความสุข สถิตอยู่กับท่าน
เราถือคติบอกรักแฟนทุกครั้งที่รู้สึกอยากบอก และมีโอกาสนะ เพราะเราถือว่าการที่เราได้แสดงความรักต่อกัน มันเป็นอะไรที่สำคัญมากๆเลย
บางคนอาจจะบอกว่าถ้ารู้ว่ารักก็ไม่เห็นต้องพูดก็ได้ แต่เราอยากให้ความสำคัญกับทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาทีนี่นา เพราะงั้นถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่เราก็อยากให้เค้ารู้ว่ายังมีคนๆนึงที่รักเค้าทุกวันนะ

แฮะๆ ออกแนวพูดเรื่องของตัวเองเยอะไปหน่อย เราชอบเรื่องการให้ความสำคัญน่ะค่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่าโดนมากๆเลย big smile

#3 By Milkchan ^๐^ on 2009-02-19 17:59